ข้อแตกต่างระหว่าง ขนส่งเต็มคัน กับ ขนส่งไม่เต็มคัน ที่เราควรเลือกใช้

หลายคนอาจจะไม่รู้เกี่ยวกับการรูปแบบของการจัดส่งสินค้าระหว่าง การขนส่งแบบเต็มคัน กับไม่เต็มคัน นั้นแตกต่างกันอย่างไร ทำให้มักจะเลือกใช้บริการที่ไม่ถูกต้องดังนั้น เรามาดูกันว่าการขนส่งแบบเต็มคันกับไม่เต็มคัน มีวิธีการส่งและมีข้อดีอย่างไรเพื่อให้คุณได้เลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม

การขนส่งไม่เต็มคันคืออะไร?

ขนส่งเต็มคัน

การขนส่งไม่เต็มคัน หรือที่เรียกว่า Less than truckload (LTL) เป็นการบริการจัดส่งสินค้าสำหรับผู้ที่ส่งสินค้าจำนวนไม่เยอะ บริการนี้สามารถรองรับความต้องการในการจัดส่งของธุรกิจนับไม่ถ้วนที่ต้องเคลื่อนย้ายสินค้าเป็นระยะๆ ผู้ส่งรายย่อยมักจะเลือกใช้บริการรูปแบบนี้เพื่อลดต้นทุนการขนส่งสินค้า เพราะมีราคาไม่แพงเนื่องจากจะต้องไปแชร์ค่าขนส่งกับผู้ใช้รายอื่น จ่ายเฉพาะตามปริมาณของสินค้าที่เราทำการจัดส่งและระยะเวลาในการเดินทางเท่านั้น โดยสินค้าของคุณจะถูกรวบรวมไปไว้ที่ศูนย์กระจายสินค้า (Cross dock) เพื่อกระจายสินค้าต่อไป


ข้อดีของการขนส่งแบบ ขนส่งไม่เต็มคัน Less than truckload คือ?

1. ประหยัดค่าใช้จ่าย

2. เหมาะสำหรับผู้ส่งรายย่อย


และการขนส่งเต็มคันคืออะไร?

การขนส่งแบบเต็มคัน หรือที่เรียกว่า Full truck load (FTL) เป็นการบริการจัดส่งสินค้าจากโรงงานแบบเต็มคันรถ ส่งตรงไปให้ลูกค้าแต่ละราย โดยสินค้าจะไม่ผ่านคลังสินค้าหรือศูนย์กระจายสินค้า ไม่มีการเปลี่ยนถ่ายยานพาหนะระหว่างทาง ซึ่งรูปแบบบริการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในเรื่องของเวลาและต้นทุนยิ่งส่งเยอะยิ่งคุ้ม


ข้อดีของการขนส่งแบบ ขนส่งเต็มคัน Full truck load คือ?

1. ไม่ต้องใช้คลังสินค้าหรือศูนย์กระจายสินค้า ไม่ต้องถ่ายสินค้าระหว่างทางทำให้สินค้าปลอดภัยมากขึ้น

2. รวดเร็วกว่า เพราะเป็นการขนส่งตรงไม่มีการแวะส่งสินค้าจุดอื่น ทำให้ใช้เวลาน้อย เอื้อต่อการใช้ระบบ Just in time (JIT) สามารถเลือกเส้นในการขนส่งได้

3. คุ้มค่าคุ้มราคาเหมาะสำหรับผู้ส่งรายใหญ่


ข้อแตกต่างระหว่าง ขนส่งเต็มคัน กับ ขนส่งไม่เต็มคัน 

การขนส่งตรงเต็มคันรถใช้ได้กับลูกค้ารายใหญ่ ที่มีการขายสินค้าปริมาณมากในแต่ละวันซึ่งจะไม่กระทบต่อต้นทุนสินค้าคงคลัง ส่วนร้านค้าปลีกขนาดเล็กถ้าส่งมอบแบบไม่เต็มคันรถก็จะมีสินค้าคงคลังมากเพราะจะต้องถูกไปรวบรวมไว้ที่คลังกระจายสินค้า ซึ่งทำให้มีต้นทุนสินค้าคงคลังสูง

อย่างไรก็ตามสุดท้ายขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของธุรกิจคุณ โดยขอให้คำนึงถึงปัจจัยในการทำธุรกิจนอกจากการมุ่งเน้นให้ลูกค้าพึงพอใจนั้น อีกเรื่องที่สำคัญมากกว่าก็คือ “ผลประกอบการ” หรือถ้าหากไม่ได้กำไร อย่างน้อยคุณก็จะต้องไม่ขาดทุน เพราะคงไม่มีใครอยากทำให้ธุรกิจของตัวเองขาดทุนอย่างแน่นอน