Home Knowledges วิกฤตฮ่องกง! ประท้วงยืดเยื้อนานกว่า 6 เดือน

วิกฤตฮ่องกง! ประท้วงยืดเยื้อนานกว่า 6 เดือน

by Giztix
76 views
วิกฤตฮ่องกง! ประท้วงยืดเยื้อนานกว่า 6 เดือน

แน่นอนว่าทุกวันนี้ ทุกสำนักข่าวไทยและต่างชาติ ต่างก็ติดตามสถานการณ์ในฮ่องกง ที่มีการชุมนุมประท้วงร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน อันทำให้เกิดความเสียหายขึ้นนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมหรือฝ่ายเจ้าหน้าที่ที่มีการปะทะกัน ซึ่งยังไม่สามารถประเมินความเสียหายจากเหตุการประท้วงอันยาวนานในครั้งนี้ว่าจะเป็นตัวเลขเท่าใด เนื่องจากยังไม่มีทีท่าว่าการประท้วงจะยุติลง การที่ชาวฮ่องกงออกมาประท้วงนั้น ได้รับความสนใจและถูกนำไปเป็นประเด็นให้วิเคราะห์หรือวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก โดยสามารถสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันได้ดังนี้

เดิมทีเริ่มจากการประท้วงร่างกฎหมาย “ส่งผู้ร้ายข้ามแดน” จากคดี “ฆาตกรรม” คดีหนึ่ง ที่ชาวฮ่องกงจำนวนมาก ตั้งแต่นักกฎหมาย เรื่อยไปจนถึงคนรุ่นใหม่ ไม่เห็นด้วย แต่ตลอดระยะเวลาการชุมนุมที่ผ่านมานานกว่า 6 เดือนนี้ ไม่ใช่แค่การประท้วงร่างกฎหมายนี้เท่านั้น แต่เป็นการแสดงจุดยืนต่อรัฐบาลจีน เป็นการประท้วงเพื่อรักษาเสรีภาพของชาวฮ่องกงภายใต้รัฐบาลคอมมิวนิสต์ คดีฆาตกรรมที่ว่านี้ เกิดจากคู่รักชาวฮ่องกงที่เพิ่งคบหาได้เพียงเดือนเดียวพากันบินไปเที่ยวที่ไต้หวัน ในเดือนกุมภาพันธ์ แต่สุดท้ายกลับมีเพียงฝ่ายชายคนเดียวที่กลับมายังฮ่องกง หนึ่งเดือนต่อมา นาย “เฉิน ถงเจีย” แฟนหนุ่มได้รับสารภาพว่าได้ลงมือฆ่าแฟนสาวด้วยการบีบคอจนตายหลังมีปากเสียงกัน แต่ทว่ากฎหมายฮ่องกงไม่สามารถเอาผิดข้อหาฆาตกรรมได้ เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ไต้หวัน ในขณะที่ฮ่องกงไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน จึงเป็นที่มาของร่างกฎหมายดังกล่าว ชาวฮ่องกงเกรงว่า จีนจะใช้ช่องของกฎหมายดังกล่าวยัดข้อหาให้กับชาวจีนที่หนีมาอยู่ฮ่องกง หรือคนฮ่องกง ที่วิจารณ์รัฐบาลจีน แล้วส่งตัวไปดำเนินคดีที่จีน เพราะหลายคนเชื่อว่าระบบยุติธรรมจีนไม่ได้ยุติธรรมจริงๆ ทั้งยังใช้อำนาจพิเศษมาแทรกแซงระบบยุติธรรมได้เสมอ

การประท้วงต่อต้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนของชาวฮ่องกงนั้น เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2562 ในครั้งนั้นมีผู้ประท้วงประมาณพันคน จากหลักพันเป็นหลักหมื่น เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเป็นหลักแสน และในวันที่ 16 มิถุนายน 2562 ถือเป็นวันที่มีคนออกมาประท้วงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม นางแคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง (Chief Executive of Hong Kong Special Administrative Region) มองว่าการปรับแก้กฎหมายฉบับนี้จะช่วยปิดช่องว่างทางกฎหมายและส่งเสริมให้ฮ่องกงเป็นเมืองที่ปลอดจากอาชญากรข้ามชาติ

ภาพจาก Reuter

หากย้อนดูความเสียหายเบื้องต้นที่ปรากฏในสื่อต่างๆ ก็พบว่าสถานที่ที่ได้รับผลกระทบมีทั้ง สำนักงานภาครัฐ สภานิติบัญญัติ ย่านธุรกิจต่างๆ ที่เป็นห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟใต้ดิน สนามบินที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะมีการยกเลิกเที่ยวบินถึง 200 เที่ยว ธนาคารจีน อาคารแบงค์ออฟไชน่าถูกเผา รวมถึงมหาวิทยาลัยที่ถูกตั้งเป็นสนามรบ รวมถึงความเสียหายในบริษัทบางแห่งเพราะผู้ประท้วงนัดกันหยุดงาน โดยประเมินความเสียหายทางธุรกิจ มูลค่าสูงถึง 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมาได้มีการเลือกตั้งสภาสมาชิกท้องถื่นของฮ่องกงและได้มีประชาชนออกมาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก จากสถิติพบว่ามีจำนวนกว่า 2.94 ล้านคน หรือคิดเป็น 71 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง 4.1 ล้านคนทั่วทั้งเกาะ พบว่า ผู้สมัครที่สนับสนุนประชาธิปไตย คว้าชัยชนะเหนือผู้สมัครกลุ่มนิยมรับบาลปักกิ้งอย่างขาดลอย เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกที่เกิดขึ้น หลังจากที่ฮ่องกงตกอยู่ในภาวะความไม่สงบ ซึ่งผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ยังสื่อสารด้วยว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังสนับสนุนผู้ประท้วงรัฐบาล แม้ว่าระยะหลังมานี้จะเกิดความรุนแรงมากขึ้น ขณะที่นางแคร์รี หล่ำ หัวหน้ารัฐบาลฮ่องกง กล่าวว่า ขอให้การเลือกตั้งครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า ทุกคนไม่มีใครต้องการให้ฮ่องกงกลับไปสู่ความวุ่นวาย โกลาหลอีก และการเลือกตั้งน่าจะเป็นทางออกของการเริ่มต้นใหม่

ภาพจาก AP Photo/Ng Han Guan

ข้อมูลจาก : naewna, bangkokbiznews, dailynews, sanook

Leave a Comment